
Nashville Chicken ไก่บ้านนอกอเมริกา กับแขกรับเชิญที่โคตรน่ารัก | ครัวอ้ายฟาน x ไหนเล่าซิ (เนะ&แม่อร)
Audio Summary
AI Summary
รายการ "ไหนเล่าซิ" วันนี้มีแขกรับเชิญพิเศษคือคุณสเตฟานและคุณแม่บังอร ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องเนะ ทั้งสามได้มาทำอาหารเมนู "ไก่บ้านนอกอเมริกา" ด้วยกัน พร้อมทั้งพูดคุยและเล่าเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจมากมาย
คุณสเตฟานเล่าว่าเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหล่อตอนอายุ 17 ปี และเป็นคนบ้านนอกมากเพราะเกิดที่อเมริกาทางใต้ ซึ่งเป็นลูกครึ่งอิตาลี-จีน คุณแม่บังอรเป็นคนสนุกสนานแต่ก็ขี้งอน ถ้าไม่ชอบอะไรก็จะบอกตรงๆ และอยากให้ลูกๆ ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง น้องเนะเองก็เป็นคนขี้เกรงใจแม่มาก อยากให้แม่ไปไหนด้วยตลอด แต่บางทีก็อยากไปกับเพื่อน พอไปแล้วก็จะคิดถึงแม่และรู้สึกผิด คุณสเตฟานเล่าว่าแม่ของเขา (ซึ่งเสียชีวิตแล้ว) ก็มีนิสัยคล้ายๆ คุณแม่บังอร คือชอบสนุกและขี้งอน เวลาเขาไปกินข้าวกับเพื่อนแล้วไม่กลับมากินข้าวที่แม่ทำ แม่ก็จะงอน เขาจึงต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านเสมอ คุณสเตฟานยังเล่าถึงความผูกพันกับแม่ว่าติดแม่มาก นอนกับแม่จนอายุสิบกว่าขวบ และเป็นคนที่พูดจาเหมือนกวีเวลาคุยกับแม่ อย่างตอนไปโรงเรียนวันแรกก็บอกแม่ว่าคิดถึงแม่มากจนร้องไห้น้ำท่วมห้อง
คุณสเตฟานเป็นคนชอบดมกลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นรถไฟ กลิ่นปั๊มน้ำมัน กลิ่นเมจิก กลิ่นกระดาษใหม่ และกลิ่นรองเท้าใหม่ ซึ่งน้องเนะก็ชอบดมกลิ่นเช่นกัน แต่คุณสเตฟานไม่ชอบกลิ่นตัวคนอื่น และไม่ชอบกลิ่นเต่าของคนอื่น คุณสเตฟานเป็นคนขี้อายมาก เวลาจีบสาวจะเงียบไปเลย ซึ่งต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นคนสนุกสนาน คุณสเตฟานยังเล่าเรื่องความรักของพ่อกับแม่ว่าพบกันสองอาทิตย์ก็แต่งงานกันเลย คุณแม่เป็นคนเก่ง ทำงานเก่ง และไม่ชอบผู้ชายขี้เก๊กหรือตัวเตี้ย ส่วนคุณพ่อเป็นคนอิตาลี สูงและหน้าตาเหมือนจอห์น เลนนอน ทั้งคู่ทำธุรกิจบริษัททัวร์คนละฝั่งกันจึงได้มาเจอกัน คุณพ่อเป็นคนโรแมนติกและเต้นรำเก่ง คุณแม่ชอบคุณพ่อเพราะเป็นคนสบายๆ ไม่เสแสร้ง หลังจากนั้นสองอาทิตย์คุณพ่อก็ขอคุณแม่แต่งงาน ซึ่งคุณแม่ก็ตกลงแต่งงานด้วย
น้องเนะเล่าว่าเธอไม่ชอบผู้ชายที่มาแตะต้องตัวหรือประคองเวลาเดิน ซึ่งต่างจากคุณสเตฟานที่เธอชื่นชมเพราะเขาเป็นคนเดินนำไปก่อน ทำให้เธอรู้สึกเป็นธรรมชาติและไม่ต้องมาประคองประเคิงกัน คุณสเตฟานเสริมว่าผู้หญิงมักจะ attracted ผู้ชายที่สูงไหล่กว้างโดยธรรมชาติเพราะดูแข็งแรงและพร้อมสำหรับการสืบพันธุ์ คุณสเตฟานยังเล่าว่าเขาเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนร่วมฤดีเพราะเกเรและไม่ตั้งใจเรียน จึงไปเรียนต่อที่บางกอกพัฒนา ส่วนเรื่องชื่อ คุณสเตฟานมีชื่อไทยว่า "สันติ วีรบุญชัย" ซึ่งคุณแม่ตั้งตามเพื่อนบ้าน เพราะสมัยก่อนการแจ้งเกิดต้องมีชื่อไทย แล้วเขาก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อ "ทักษิณ" ตามคำแนะนำของอาจารย์ แต่สุดท้ายก็กลับมาใช้ชื่อสเตฟานเหมือนเดิม
คุณสเตฟานเล่าถึงความสัมพันธ์กับน้องสาวว่าไม่ค่อยบอกรักตรงๆ เพราะเขิน แต่จะส่งข้อความบอกรักกันทุกวัน และคุยกันทุกวันเป็นภาษาอังกฤษผสมภาษาไทย นอกจากนี้เขายังเล่าถึงพี่เลี้ยงที่บ้านซึ่งเป็นคนอีสาน และเรียกเขาว่า "ไอ้บักหำน้อย" หรือ "ไอ้น้อย" มาตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเด็กๆ เขาตัวเล็ก และคนมักคิดว่าเขาเป็นผู้หญิง จนเขาต้องถอดกางเกงโชว์เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ชาย คุณแม่บังอรเสริมว่าลูกชายของเธอเป็นคนน่ารักมาก แต่บางครั้งก็พูดจาโผงผาง แต่ก็เป็นคนดี
คุณสเตฟานยังเล่าถึงประสบการณ์การแสดงที่ไม่ค่อยถนัด เพราะเป็นคนขี้ขำและไม่ชอบบทที่เสแสร้ง เขายังเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาและนักแสดงร่วมอย่างคุณน้ำ รพีภัทร เมาแล้วถ่ายฉากทะเลาะกันจนผู้กำกับชมว่าดีมาก แต่พอตื่นมากลับต้องถ่ายใหม่เพราะภาพที่ได้ดูเหมือนคนเมาทะเลาะกันจริงๆ
คุณสเตฟานและคุณแม่บังอรมีความผูกพันกันมาก คุณสเตฟานยังคงหอมแก้มพ่อกับแม่ก่อนนอนเสมอ แม้จะอายุ 40 กว่าแล้วก็ตาม เขาชอบกินข้าวเปล่ากับน้ำปลา ซึ่งเหมือนกับน้องเนะ และชอบกินขนมหวาน คุณสเตฟานเลิกดื่มแอลกอฮอล์มานานแล้ว แต่ยังคงชอบกินขนมและแป้ง ทำให้เขายังคงมีน้ำหนักตัวอยู่
ท้ายรายการ คุณสเตฟานและคุณแม่บังอรยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นในครอบครัว